• @TOM NEWS
  • Dec 2020

แปลรักฉันด้วยใจเธอ กับคำถามที่ว่า เรื่อง Coming of Age ของเด็กเกย์ยังจำเป็นอยู่ไหม

By : ชีวิตผมก็เหมือนหนัง
เหมือนเราเองก็เคยเปรยๆ เหมือนกันว่า เบื่อหนัง/ซีรี่ส์แนว Coming of Age ของเด็กเกย์แล้ว เพราะพออยู่มานานดูมาเยอะ มันก็ชักจะเอียนๆ และรู้สึกเหมือนกับว่าทุกเรื่องมันก็เล่าคล้ายๆ กันหมด แต่ “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” (I Told Sunset About You) ก็ทำให้เราตระหนักได้ว่า ในเรื่องแสนซ้ำซากนี้มันมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป แล้วมันต่างก็มีความงามในเรื่องเล่าของตัวเองกันทั้งนั้น ที่สำคัญคือมันจำเป็นแค่ไหนที่เราควรจะมีเรื่องเล่าแบบนี้อยู่ เพราะเด็กเกย์แต่ละคนในแต่ละยุคต่างก็ต้องการเรื่องเล่าที่พวกเค้าสามารถแทนภาพของตัวเองลงไปได้ เช่นเดียวกับที่คนในสังคมแต่ละยุคต่างก็ควรจะต้องมีหนัง ซีรี่ส์ ละครที่เปิดโลกพวกเค้าด้วยเช่นกัน
 
“แปลรักฉันด้วยใจเธอ” เล่าถึงความสัมพันธ์และการเติบโตของ “เต๋” และ “โอ้เอ๋ว” ที่ค่อยๆ ได้เรียนรู้ทำความเข้าใจในตัวตนของตัวเอง ไปพร้อมๆ กับได้สัมผัสรสชาติของความรักที่แสนหวานและปร่าขม ชอบมากที่ตัวละครสองตัวนี้มีความเหมือนที่แตกต่างกัน ทั้งพื้นเพ บุคลิก วิธีคิด และการตัดสินใจรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งมันทำให้จุดพลิกผันต่างๆ ของเรื่องสนุกขึ้น ในขณะที่เต๋เป็นตัวแทนของเด็กหนุ่มที่พยายามเรียนรู้และทำความเข้าใจกับความรู้สึกและความต้องการของตัวเอง แล้วคล้ายๆ โอ้เอ๋วจะแทนภาพของเด็กเกย์ที่รู้จักตัวเองดีแล้ว รู้ว่าเค้าชอบอะไรและอยากเป็นอะไร แต่ตัวบทก็มีวิธีการให้โอ้เอ๋วต้องเรียนรู้และค้นหาตัวเองด้วยเหมือนกัน ชอบมากด้วยแหละที่สิ่งที่เป็นไคลแม็กซ์ของเรื่องมันมาจากการกดทับและปมในใจของตัวละครเอง ไม่ได้มาจากตัวละครนางร้าย มือที่สาม หรือต่อให้มีตัวละครอย่าง “ตาล” และ “บาส” อยู่ แต่พวกเค้าก็ไม่ได้เป็นตัวละครร้ายๆ แบบละค๊อนละคร ตรงกันข้าม พวกเค้ากลับกลายเป็นตัวละครอันเป็นที่รักของผู้ชมด้วยซ้ำ

สไมล์” ประทับใจ ได้ร่วมงานกับ “บิวกิ้น” ใน LINE TV Original Series “ แปลรักฉันด้วยใจเธอ” - Me Review - มีรีวิว
 
เราคงไม่เขียนตีความสัญญะต่างๆ ในซีรี่ส์ชุดนี้ เพราะมีคนเขียนได้ดีกว่าและหาอ่านได้เยอะแยะแล้ว แต่คงต้องโน้ตหมายเหตุไว้ตัวโตๆ ว่า การใส่ฉากอันกล้าหาญทะเยอะทะยานต่างๆ ไว้ใน “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” นั้นช่างน่ามหัศจรรย์ต่อความรู้สึกของเราแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นฉากเลิฟซีนที่เริ่มจากแค่เกาหลัง, ฉากสูดดมและลิ้มรสมะพร้าวที่เต๋เคยเกลียด, ฉากช่วยตัวเองต่อหน้ารูปตัวละครที่คลั่งไคล้และข้างๆ คือพี่ชายที่หลับสนิท ไปจนถึงฉากลองสวมใส่บราสีแดงสดของโอ้เอ๋ว ทั้งหมดนี้มันพูดถึงการเรียนรู้ทำความรู้จักกับร่างกายและจิตใจของตัวเอง มันทำให้เราคิดถึงช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นและตื่นตะหนกที่เราได้ค้นพบความลี้ลับของร่างกายและจิตใจของตัวเองในช่วงวัยรุ่น ที่พอเวลาผ่านไป ความทรงจำถึงความรู้สึกอะไรแบบนี้มันก็แทบจะจางหายไปหมดแล้ว

รวมรูปจาก แปลรักฉันด้วยใจเธอ ตอนที่ 4 - Me Review - มีรีวิว
 
แน่นอนว่า สิ่งที่โอบอุ้มเรื่องราวของตัวละครไว้ ไม่ใช่แค่ตัวบท ผู้กำกับ หรือโปรดักชั่น แต่ต้องยกความดีความชอบให้สองนักแสดงนำอย่าง “บิวกิ้น - พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” และ “พีพี - กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” ที่เป็นเต๋และโอ้เอ๋วได้แบบที่ควรจะเป็น มีเสน่ห์ มีชีวิตจิตใจอย่างตัวละคร และเคมีที่ทั้งคู่มีต่อกันมันก็เป็นอะไรที่พิเศษมาก ที่สำคัญ มันเป็นเคมีที่ค่อยๆ ไต่ระดับไปตามสภาวะและความรู้สึกระหว่างกันของตัวละครด้วย เป็นอีกครั้งที่ถูกชะตาต้องจริตกับนักแสดง/ตัวละครตัวหนึ่ง แล้วดูๆ ไป กลายเป็นว่าเราถูกอีกตัวละคร “ตก” เสียง่ายๆ งงๆ ในกรณีนี้ ตอนนี้เราปลื้ม “พีพี” มากถึงมากที่สุด ยิ่งได้ดูได้เห็นตัวตนของน้องในสื่อต่างๆ ก็ยิ่งประทับใจและทึ่งกับทักษะการแสดงของน้อง
 
ย้อนกลับไปที่พารากราฟแรกที่เราเขียน ในยุคที่ใครต่อใครบอกว่า โลกวันนี้เปิดกว้างขึ้นมากแล้ว การเป็น LGBTQ ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกหรือต้องพิสูจน์ตัวเองอะไรมากมายเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่เชื่อเถอะว่า สิ่งที่เด็กอย่างเต๋ต้องเผชิญก็ยังมีอยู่ และก็ยังมีอะไรอีกมากมายให้เด็กอย่างโอ้เอ๋วได้เรียนรู้เพื่อเติบโต ดังนั้นแล้ว การมีสื่อ หนัง ซีรี่ส์ ละครที่พูดถึงการเติบโตของเด็กเยาวชน LGBTQ จึงยังต้องมีอยู่ และมันไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ เก่าเชย หรือซ้ำซากอะไรเลย ตราบใดที่พวกเรายังมีตัวตนอันแตกต่างหลากหลายอยู่ในโลกใบนี้
 
ป.ล. จริงๆ ก่อนหน้านี้มีประเด็นที่ถกเถียงและจิกกัดกันอยู่ประมาณนึงว่า “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” นั้นใช้ Reference อ้างอิงงานบทและโปรดักชั่นจากภาพยนตร์เรื่องดังเรื่องหนึ่งอย่างชัดเจนเกินไป สำหรับเรา เราไม่เห็นว่ามันจะเป็นประเด็นใหญ่โตอะไร ยิ่งเมื่อสิ่งต่างๆ มันชัดขนาดนี้ มันก็แสดงให้เห็นอยู่แล้วมั้งว่าเค้าไม่ได้ตั้งใจปกปิดที่มาที่ไปอะไร มันออกจะเป็นการแสดงความชื่นชมและบูชาครูอะไรอย่างนั้นด้วยซ้ำไป และที่สุดแล้ว แปลรักฉันฯ ก็สร้างเอกลักษณ์เฉพาะในแบของตัวเองขึ้นมาได้ในที่สุด นั่นต่างหากที่สำคัญ