• @TOM NEWS
  • Jun 2019

TRANS I-AM ละครเวทีของการก้าวข้ามผ่านของพวกเราทุกคน

By : ชีวิตผมก็เหมือนหนัง
การหยิบเอา Transamerica หนังปี 2005 ของ Duncan Tucker มาดัดแปลงเป็นบทละครเวทีเวอร์ชั่นไทยๆ ในชื่อ TRANS I-AM (อ่านได้ทั้ง “ทรานส์ ไอ แอม” และ “ทรานส์ สยาม”) ในฐานะที่เรารู้เส้นเรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว ความสนใจของเราจึงพุ่งไปที่การแสดง กลวิธีการใช้พื้นที่/การเล่าเรื่อง รายละเอียดของการปรับเปลี่ยนจากเวอร์ชั่นหนัง และการตีความนัยที่ซ่อนอยู่ แล้วมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะเชื่อมโยงประเด็นในละครกับเรื่องการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีชื่อ “พี่กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์” ในฐานะผู้กำกับร่วมและเป็นนักแสดงนำ

นี่คือการเดินทางไปจัดการปัญหาชีวิตของ “ตั๊ก” สาวทรานส์ผู้กำลังเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศในอีก 7 วัน แต่ดันมารู้ว่าตัวเองมีลูกชายที่เกิดจากความผิดพลาดช่วงวัยรุ่น ทริปเดินทางผจญภัยเพื่อเรียนรู้กันและกันจึงเริ่มต้นขึ้น ปัญหาก็คือ “ท็อป” ยังไม่รู้ว่าตั๊กคือพ่อที่แท้จริงของเค้านี่สิ ซึ่งก็ต้องบอกว่าTRANS I-AM เป็นละครของพี่กอล์ฟอย่างแท้จริง การแบกละครไว้คนเดียวเกือบตลอดทั้งเรื่องนั้นโหดมากนะ ยิ่งการเปลี่ยนฉากเปลี่ยนซีนของละครนั้นเกิดขึ้นเร็วมากก็ยิ่งทึ่ง เพราะมันเร็วจนเราเหนื่อยแทน เร็วจนช่วง 15 – 20 นาทีแรก เราต้องปรับจูนและพยายามตามตัวละครให้ทัน ซึ่งกว่าเราจะต่อติดกับตัวละครและเรื่องราวก็ตอนที่ตัวละครอย่าง “จูเนียร์” เด็กหนุ่มผู้ขอติดรถเข้าเมือง โผล่เข้ามาในเรื่องนั่นแหละ

นักแสดงหลายๆ คนเปล่งประกายฉายแสงมาก นอกจากพี่กอล์ฟที่เอาฉากดราม่าได้อยู่หมัดแล้ว ฟลุค ธีรภัทร โลหนันทน์ ก็มีเสน่ห์และกลืนกลายเป็นตัวละครท็อปได้ดีงามเหลือเกิน เช่นเดียวกับ เรอ้อน - ศรัณย์ จันทรัคคะ ที่รับทั้งบทจูเนียร์และตัวละครอื่นๆ อีกหลายตัว ก็เล่นให้แต่ละตัวละครขาดออกจากกัน จังหวะดี และมีเสน่ห์มาก หรือพี่เบีย มนทกานติ รังสิพราหมณกุล ก็สร้างคาแร็คเตอร์คุณแม่ได้ยียวนดีจนน่าหยิก แล้วก็ขอชื่นชมยาวไปถึงนักแสดงอองซอมทุกคนด้วยเลยนะ นอกจากนี้ เราก็ชอบการเลือกใช้เวทีรูปตัว X นี้มาก ในความรู้สึกกังวลว่ามันจะเป็นปัญหาต่อมุมมองของผู้ชมอย่างเราหรือเปล่า กลายเป็นว่ามันกลับทำให้การเล่าเรื่องราบรื่นลงตัว แปลกใหม่ สนุกสนาน และทำให้เราตระหนักได้ว่า การไม่เห็นนักแสดงเพราะเวทีนี้มันก็เป็นวิธีการเล่าเรื่องแบบหนึ่งเหมือนกันล่ะน่า

Image may contain: 3 people, people standing, night and indoor

ในช่วงวัยเด็ก - วัยรุ่นของเรา เรามักจะหงุดหงิดเสมอที่ค้นเจอแต่หนัง LGBT ที่เล่าในประเด็นที่ซ้ำและช้ำ หลายครั้งมันไม่ได้เชื่อมโยงกับตัวเราเองได้เลย เพราะเรื่องของคนรุ่นใหญ่ที่เค้าเล่านั้นมันก็ไม่ได้ต่อติดกับเรื่องของคนรุ่นเราอีกต่อไปแล้ว กาลเวลาผ่านมา เรากลายเป็นคนรุ่นใหญ่ที่แม้จะได้เสพสื่อ LGBT ที่แตกต่างหลากหลายมากขึ้น แต่เรื่องของคนรุ่นเราก็อาจจะต่อไม่ติดกับเด็กรุ่นใหม่แล้วเช่นกัน น่าสนใจเหมือนกันว่า ถ้าให้เด็กรุ่นใหม่เล่าเรื่อง LGBT ในฝั่งของตัวเองจริงๆ มันจะออกมาเป็นแบบไหน เพราะอย่างใน TRANS I-AM มันก็มีกลิ่นอายของคนรุ่นใหม่ในเรื่องความลื่นไหลทางเพศ ไปจนถึงความคิดความรู้สึกต่อเรื่อง LGBT / การผ่าตัดแปลงเพศ / อุตสาหกรรมหนังโป๊เกย์ อยู่ด้วย ซึ่งเอาจริงๆ มันก็มีมาตั้งแต่เวอร์ชั่นหนังของ Transamerica แล้วแหละ

ของผู้ชมดูก็ได้ จุกยิ่งกว่าในตอนที่ตัวละครพูดว่า “ทำไมล่ะคะหมอ ทั้งๆ ที่หนูก็มีจิ๋มแล้ว ทำไมหนูยังไม่มีความสุข” เราเผลอไผลคิดไปถึงเรื่องการเมืองไทยแบบขำๆ ว่า เออ “ทำไมล่ะคะ ทั้งๆ ที่เราก็เลือกตั้งแล้ว มีนักการเมืองคนดีเข้าสภาแล้ว ทำไมเรายังไม่มีความสุข” ก็แบบเดียวกับตัวละครใน TRANS I-AM เจอนั่นแหละ เพราะปัญหาคาใจและความขัดแย้งมันยังไม่ได้รับการแก้ไข ไม่มีการปรับความเข้าใจ ไม่มีใครให้อภัยใครเลยน่ะสิ อ่ะ มองภาพให้เล็กลงอีกหน่อย เราพบว่าในเสียงหัวเราะสนุกสนานของ TRANS I-AM มันเล่าเรื่องบาดแผลของเด็กเยาวชนที่ถูกผู้ใหญ่ในบ้านทำร้ายทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว แล้วบาดแผลเหล่านั้นมันก็ไม่เคยหายดี มันยังเป็นแผลเป็นฝังอยู่กับตัวพวกเค้าเสมอมา ย้อนมามองร่องรอยของบาดแผลบนร่างกายและหัวใจของเราเอง ... ก็ทำได้แค่โอบกอดตัวเองให้แน่นๆ เท่านั้นแหละ

ละครเวที TRANS I-AM ยังมีรอบการแสดงจนถึงวันที่ 9 มิถุนายนนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/QriousTheatre

Image may contain: 1 person, sitting and indoor