• @TOM NEWS
  • Aug 2019

เมื่อร่างกลายเป็นเพศ อำนาจเสรีนิยมใหม่ของเพศวิถีในสังคมไทย

By : ชีวิตผมก็เหมือนหนัง
หนังสือจากโครงการเอกสารทางวิชาการ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ที่หยิบจับเอาประเด็น “ความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย” มาจับคู่กับ “แนวความคิดเสรีนิยมใหม่” ผ่านงานศึกษาและค้นคว้าวิจัยของนักวิชาการหลากหลายท่าน ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นแปลกใหม่น่าสนใจดี แม้หลายๆ เรื่องจะเป็นอะไรที่เราก็รู้ๆ อยู่แล้ว แต่มันก็มีอะไรอีกหลายแง่มุมที่เปิดโลกเปิดความคิด และทำให้เรามองภาพกว้างๆ ของ LGBT ในยุคสมัยนี้ได้กระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น

กล่าวให้เข้าใจง่ายๆ หนังสือเล่มนี้กำลังบอกกับเราว่า แม้ LGBT ในบ้านเราเราจะพัฒนาก้าวไกลมากขึ้นในเรื่องการมีตัวตนและการยอมรับจากสังคม แต่เราก็ล้วนติดกับอยู่ในวังวนของอำนาจที่มองไม่เห็น อำนาจของทุนนิยม หรือแม้แต่ติดกับอยู่ในกรอบความคิดของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำศัลยธรรมเพื่อเสริมความงาม (จากบทความ ศัลย์สร้าง : ความงามบนเส้นด้าย ของ กนกวรรณ ธราวรรณ) หรือการทำศัลยกรรมเพื่อการเป็นหญิงที่สมบูรณ์ของกะเทย (จากบทความ วิพากษ์การสร้างเรือนร่างกะเทยในวัฒนธรรมหญิงสวย ของ กิตติกร สันคติประภา) ต่างก็ทำให้เราตระหนักว่า LGBT นั้นติดอยู่ในวังวนของกรอบบางอย่าง เราเชื่อมั่นว่า เราเป็นผู้เลือกความสวยงามและความ “เหมือนหญิง” เหล่านี้ด้วยตนเอง แต่ลึกๆ แล้ว มันมีอำนาจหรืออะไรบางอย่างที่มาควบคุมความคิดของเราอยู่ต่างหาก ... ความหล่อความสวยกลายเป็นสิ่งสร้างความสุขให้กับเราไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
 
เช่นเดียวกับการใช้เรือนร่าง เซ็กส์ หรือแรงปรารถนาทางเพศมาใช้ขับเคลื่อนสังคมเกย์ มันก็ช่างชัดเจนเหลือเกินว่าเป็น “ทุนนิยม” เต็มอัตรา (จากบทความ ถอดผ้าขายร่างในละครสาววาย ของ จเร สิงหโกวินท์, บทความ ชายหนุ่มเป็นวัตถุทางเพศ และการปรับขบวนเพศวิถีในละครชายรักชาย ของ นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ และบทความ บลูดี : อำนาจพรางกับการผลิตซ้ำร่างเกย์ ของ ปุรินทร์ นาคสิงห์) แม้มันจะเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดที่บทความทั้งหลายชี้เป้าไปว่า ชาวเกย์กำลังถูกครอบงำหรือตักตวงผลประโยชน์จากอำนาจทุนนิยมด้วยเรื่องเพศ แต่ในอีกด้านเราก็ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านสั่นสะเทือนกับการตกอยู่ในห้วงทุนนิยมนี้เท่าไหร่นัก เพราะโลกยุคนี้มันถูกหมุนไปด้วยแรงเหวี่ยงของอำนาจทุนนิยมอยู่แล้วนี่นา
 
แล้วอยู่ๆ หนังสือหนักๆ ที่ว่าด้วยเรื่องเพศและสังคม ก็กลายเป็นหนังสือเชิงปรัชญาการใช้ชีวิตขึ้นมาเสียอย่างนั้น เมื่อมันกระตุ้นเตือนให้เราเดินให้ช้าลง คิดให้มากขึ้น แม้ไม่มีทางที่เราจะดีดตัวออกจากวงจรทุนนิยมหรือเสรีนิยมใหม่นี้ได้ แต่มันก็ทำให้เรารู้เท่าทัน และไม่ไหลไปตามกระแสแบบไม่ลืมหูลืมตา
 
นอกจากนี้ ในฐานะการทำงานด้านสื่อเกี่ยวกับ LGBT การได้อ่านคำนำของ ปีเตอร์ เอ. แจ็คสัน ที่สรุปภาพรวมของวงการ LGBT ไทยในรอบหลายสิบปี โดยเฉพาะการเอ่ยอ้างถึงนิตยสาร @tom actz ของเรา ได้ทำความรู้จักกับแนวคิดเสรีนิยมใหม่ผ่านบทความของ ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ ไปจนถึงได้อ่านประสบการณ์ชีวิตของชาวเกย์แบบผัวๆ เมียๆ ในบทความของ โธมัส กวาดามูซ ก็เป็นอะไรที่บันเทิงเริงรมย์ดีจริงๆ